พันธุ์ไม้
เนื่องจากเมื่อสัปดาห์์ที่แล้วตัดสินใจว่าจะลอง จัดสวนอังกฤษ เล็กๆหน้าระเบียงโต๊ะทำงาน ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาได้ว่า เราต้องไปนั่งหาข้อมูลพันธุ์ไม้ต่างๆที่เวบของคนอื่นทำไมไม่รวมมาที่นี่เวลา จะย้อนมาดูก็จะได้ รู้ว่าจะต้องปลูก ดูแล พันธุ์ไม้ที่เราซื้อมาอย่างไร เผื่อเหลอไว้แบ่งปันให้คนอื่นที่ชอบได้ดูด้วย ถ้าหากข้อมูลเยอะมากๆก็อาจจะแยกออกมาอีกเวบหนึ่งเพื่อความเหมาะสม ในอนาคต
งั้นเรามาเริ่มกันเลย โย่ๆ
พยับหมอก
ลักษณะทั่วไป:
พยับหมอกเป็นต้นไม้กึ่งเลื้อยขนาดกลาง แตกต้นเป็นกอสูงประมาณ 15 ฟุต มีกิ่งก้านสาขายักย้อนไปมาอยู่มาก ต้นและกิ่งดูบอบบาง แต่มีความแข็งแรงมากกว่าต้นไม้ขนาดเดียวกัน ใบ เป็นใบเดียว แตกใบกลุ่มขนาดไปตามข้อต้น ใต้ใบสากระคายมือ ทรงใบมนรี โคนใบแหลมเรียว ใบยาวประมาณ 5 ซม. ดอก สีครามออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ลักษณะคล้ายดอกเข็ม (Ixora) ขนาดดอกกว้าง 1.5 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. มี 5 กลีบ และมีเส้นสีน้ำเงินเข้มแบ่งกลางกลีบดอกทุกกลีบเห็นเด่นชัดมาก ดอกคงทนเมื่อถูกเด็ดมาปักแจกันได้หลายวัน ออกดอกได้ตลอดปี
*** นิยมปลูก พยับหมอก ริมทะเล หลังออกดอกในฤดูหนาว ควรตัดแต่ง
เพื่อป้องกันราดำในฤดูฝน
อันนี้เป็นภาพ ต้นพยับหมอก ที่เราปลูกเอง ตัวจริงเสียงจริง ถ่ายเองกับมือไม่ได้ไปก๊อปปี้ใครมา พร้อมด้วยดอกชบา สีชมพูงดงาม
ชบา
ชื่อสามัญ Chinese rose
ถิ่นกำเนิด จีน อินเดียและฮาวาย
ชบาในบ้านเรารู้จักกันมานานแล้ว จะเห็นได้จากบ้านคนสมัยก่อนจะมีชบายอยู่แทบทุกบ้าน
ปัจจุบันชบาได้รับการผสมพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ออกมามากมาย ซึ่งล้วนแต่สวย ๆ งาม ๆ
ทั้งนั้น ทำให้ได้ดอกของชบาที่มีรูปร่างสวยงามสีสันของดอกสดใส ขบานั้นจัดเป็นไม้พุ่ม ความ
สูงโดยทั่วไปประมาณ 2.50 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม มนรี ปลายใบแหลม แต่ปัจจุบันก็ยังมีพันธุ์
แตกต่างออกไปอีกมากมาย
การปลูกเลี้ยงและการดูแลรักษา
ชบาเป็พืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ถ้ามีการดูแลรักษาอยู่เหมาะสม จะทำให้ชบาออกดอกสวยงามตลอดปี ดินปลูก ควรเป็นดินร่วนซุย มีการระบายน้ำดี อาจผสมดินร่วน ขี้เถ้าแกลบ การมะพร้าวสับ และปุ๋ยคอก อย่างละ 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน การให้น้ำขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสภาพอากาศ เช่น ในฤดูฝนควรให้น้ำเมื่อเห็นว่าฝนไม่ตก เป็นเวลานานหรือผิวดินแห้ง ส่วนใหญ่ฤดูแล้งให้น้ำเพียงวันละครั้ง และไม่ควรมีน้ำขังแฉะ ควรให้ปุ๋ยสูตร เสมอ เช่น 16-16-16 หรือ 15-15-15 ทุกๆ เดือน เดือนละครั้ง พร้อมกับพรวมดินรอบพุ่มต้น ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก นำมาปรับปรุงดินเป็นตรั้งคราว โดยธรรมชาติเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดจัด ขึ้นได้ในดินทุก สภาพ และมักจะทนแล้งได้ดี
การขยายพันธุ์
มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุปรัสงค์ และความสะดวกในการทำ ได้แก่
- ปักชำ เตรียมกิ่งชำขนาดเส้นผ่าศุนย์กลางประมาณ 1 ซม. ลิดในออกบางส่วน เพื่อลดการคายน้ำ ตัดส่วน โคนในแนวเฉียงและกรีดตามยาวประมาณ 2 ซม. 2-3 รอยที่โคนกิ่ง วัสดุชำมักใช้ทรายผสมกับขี้เถ้า- แกลบปริมาณเท่าๆ กัน ปักกิ่งชำในแนวเฉียงเล็กน้อย แต่ละกิ่งห่างกันประมาณ 10 ซม. นำไปไว้ในกระ บะพ่นหมอกหรือใสุ่งพลาสติกประมาณ 2 สัปดาห์กิ่งชำจะออกราก ย้ายปลูกลงในกระถางหรือถุงต่อไป วิธีนี้จะได้ต้นจำนวนมาก
- เสียบยอด นิยมใช้พู่ระหง ชบา หรือชบาด่างเป็นต้นตอ เนื่องจากมีความแแข็งแรงทนทานต่อสภาพแวด ล้อม เลือกต้นตอที่มีลำต้นตรง ลิดใบออกบางส่วน ตัดยอดออก แล้วใช้มีดผ่าลงกลางรอยตัดยาวประมาณ 3 ซม. สำหรับกิ่งพันธุ์ต้องมีตา 2-3 ตา ยาวประมาณ 10 ซม. เฉือนโคนทั้งสองด้านเป็นรูปลิ่ม รอยเฉือน ด้านหน้ายาวประมาณ 2-3 ซม. เสีบยลงบนต้นตอให้รอยแผลทาบกันสนิทดี พันพลาสติกจากล่างขึ้นบน ให้แน่น หลักจากนั้น 2-3 สัปดาห์ แกะพลาสติกตรวจดูรอยแผล วิธีนี้จะทำให้ได้ต้นพันธุ์ดีที่เจริญเร็ว
- ติดตา นิยมใช้วิธีนี้เมื่อกิ่งพันธุ์มีจำนวนน้อย วิธีทำก็เช่นเดียวกับการติดตาพืชทั่วๆ ไป โดยจะใช้เวลาประ มาณ 2 สัปดาห์หลังการติดตาจึงแกะพลาสติกออก หรือเมื่อเห็นว่าตาที่ติดเริมเจริญขึ้น
ปัจจุบันชบาได้รับการผสมพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ออกมามากมาย ซึ่งล้วนแต่สวย ๆ งาม ๆ
ทั้งนั้น ทำให้ได้ดอกของชบาที่มีรูปร่างสวยงามสีสันของดอกสดใส ขบานั้นจัดเป็นไม้พุ่ม ความ
สูงโดยทั่วไปประมาณ 2.50 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม มนรี ปลายใบแหลม แต่ปัจจุบันก็ยังมีพันธุ์
แตกต่างออกไปอีกมากมาย
การปลูกเลี้ยงและการดูแลรักษา
ชบาเป็พืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ถ้ามีการดูแลรักษาอยู่เหมาะสม จะทำให้ชบาออกดอกสวยงามตลอดปี ดินปลูก ควรเป็นดินร่วนซุย มีการระบายน้ำดี อาจผสมดินร่วน ขี้เถ้าแกลบ การมะพร้าวสับ และปุ๋ยคอก อย่างละ 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน การให้น้ำขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสภาพอากาศ เช่น ในฤดูฝนควรให้น้ำเมื่อเห็นว่าฝนไม่ตก เป็นเวลานานหรือผิวดินแห้ง ส่วนใหญ่ฤดูแล้งให้น้ำเพียงวันละครั้ง และไม่ควรมีน้ำขังแฉะ ควรให้ปุ๋ยสูตร เสมอ เช่น 16-16-16 หรือ 15-15-15 ทุกๆ เดือน เดือนละครั้ง พร้อมกับพรวมดินรอบพุ่มต้น ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก นำมาปรับปรุงดินเป็นตรั้งคราว โดยธรรมชาติเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดจัด ขึ้นได้ในดินทุก สภาพ และมักจะทนแล้งได้ดี
การขยายพันธุ์
- ปักชำ เตรียมกิ่งชำขนาดเส้นผ่าศุนย์กลางประมาณ 1 ซม. ลิดในออกบางส่วน เพื่อลดการคายน้ำ ตัดส่วน โคนในแนวเฉียงและกรีดตามยาวประมาณ 2 ซม. 2-3 รอยที่โคนกิ่ง วัสดุชำมักใช้ทรายผสมกับขี้เถ้า- แกลบปริมาณเท่าๆ กัน ปักกิ่งชำในแนวเฉียงเล็กน้อย แต่ละกิ่งห่างกันประมาณ 10 ซม. นำไปไว้ในกระ บะพ่นหมอกหรือใสุ่งพลาสติกประมาณ 2 สัปดาห์กิ่งชำจะออกราก ย้ายปลูกลงในกระถางหรือถุงต่อไป วิธีนี้จะได้ต้นจำนวนมาก
- เสียบยอด นิยมใช้พู่ระหง ชบา หรือชบาด่างเป็นต้นตอ เนื่องจากมีความแแข็งแรงทนทานต่อสภาพแวด ล้อม เลือกต้นตอที่มีลำต้นตรง ลิดใบออกบางส่วน ตัดยอดออก แล้วใช้มีดผ่าลงกลางรอยตัดยาวประมาณ 3 ซม. สำหรับกิ่งพันธุ์ต้องมีตา 2-3 ตา ยาวประมาณ 10 ซม. เฉือนโคนทั้งสองด้านเป็นรูปลิ่ม รอยเฉือน ด้านหน้ายาวประมาณ 2-3 ซม. เสีบยลงบนต้นตอให้รอยแผลทาบกันสนิทดี พันพลาสติกจากล่างขึ้นบน ให้แน่น หลักจากนั้น 2-3 สัปดาห์ แกะพลาสติกตรวจดูรอยแผล วิธีนี้จะทำให้ได้ต้นพันธุ์ดีที่เจริญเร็ว
- ติดตา นิยมใช้วิธีนี้เมื่อกิ่งพันธุ์มีจำนวนน้อย วิธีทำก็เช่นเดียวกับการติดตาพืชทั่วๆ ไป โดยจะใช้เวลาประ มาณ 2 สัปดาห์หลังการติดตาจึงแกะพลาสติกออก หรือเมื่อเห็นว่าตาที่ติดเริมเจริญขึ้น



